รอกไฟฟ้าคืออะไร มาทำความรู้จักกัน

29

รอกไฟฟ้าคืออะไร มาทำความรู้จักกัน

ยุคสมัยที่มีการสร้างอาคารในลักษณะของตึกสูง การขนของขึ้นที่สูง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างก่อสร้างหรืออื่นๆ มักต้องมีเครื่องทุ่นแรง นั่นก็คือใช้วิธี ชักรอกขึ้นไป การชักรอกง่ายๆ ที่เรารู้จักอาจเป็นแค่เชือกแล้วดึงของขึ้น แต่ปัจจุบันอาศัยพลังงานไฟฟ้าและเครื่องจักรมาเป็นตัวช่วยแทนกำลังคน ทำให้สะดวกและเบาแรงมากขึ้นไปอีก นั่นก็คือ เครื่องทุ่นแรงที่ชื่อ “รอกไฟฟ้า” มาทำความรู้จักกันดีกว่า

 

รอกไฟฟ้าคืออะไร

รอกไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้ากับเครื่องจักรกลขนาดเล็ก ทำงานคู่กับรถ เพื่อที่จะยก ขน สิ่งของ สินค้า ลักษณะการทำงาน ยกได้ทั้งในแนวตรงและทางโค้ง มีทั้งชนิดโซ่และชนิดเชือกลวด จุดเด่นของรอกไฟฟ้าคือ น้ำหนักเบา ทำให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะในระหว่างก่อสร้าง

 

ประเภทของรอกไฟฟ้า

  1. รอกสลิงไฟฟ้า เหมาะกับงานยก ย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมาก วัตถุขนาดใหญ่ มีทั้งแบบ 2 ทิศทาง แค่ขึ้นลง หรือ 4 ทิศทาง คือเพิ่มการไปทางซ้ายและขวา นิยมใช้ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องยก ย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักสูงๆ เพราะมีกำลังยกตั้งแต่ 2-30 ตันได้เลย แล้วแต่ขนาดที่เลือก
  2. รอกโซ่ไฟฟ้า จะมีราคาต่ำกว่า และเหมาะกับการยกวัตถุที่มีขนาดเบา แบบนี้ดัดแปลงจากรอกโซ่ดั้งเดิม ที่เคยใช้มือหรือแรงคนดึง

 

ประโยชน์เรื่องการใช้งาน

  1. ไร้ขีดจำกัดในการเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมาก
  2. ทุ่นแรง ทุ่นเวลาในการทำงานที่ต้องมีการขนย้ายวัตถุหนัก หรือยกของขึ้นที่สูง

 

ข้อควรระวังในการใช้รอกไฟฟ้า

เนื่องจากเป็นเครื่องจักรกลที่อาศัยไฟฟ้าในการทำงานและเกี่ยวข้องกับการขนของหนักจึงจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวังอันตราย

  1. ผู้ใช้ต้องมีความรู้การใช้งานเป็นอย่างดี
  2. ไม่ใช้ผิดประเภท เช่น นำไปขน บรรทุกคนโดยสาร
  3. ไม่ใช้เมื่อมีอาการผิดปกติ เพราะอาจเกิดอันตรายเกินกว่าจะป้องกันทัน เช่น มีเสียงดังเกิดขึ้นขณะใช้งาน
  4. ตรวจเช็คอุปกรณ์ก่อนใช้งานทุกครั้ง
  5. ขณะยกของหนัก ไม่ข้ามหัวคน ไม่โยกเล่น

 

วิธีดูแลรักษารอกไฟฟ้า

          รอกไฟฟ้า มีประโยชน์ในการทุ่นแรงขณะทำงาน แต่ก็มีอันตรายแอบแฝง หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือใช้เมื่อรอกไฟฟ้ามีสมรรถนะในการใช้งานไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำงานได้ดีขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาเป็นสำคัญ

1.หมั่นเช็คเรื่องน้ำมันเกียร์ อากาศภายนอกมีผลต่อน้ำมันด้วย

2.ดูแล ทำความสะอาดไม่ให้เกิดเป็นสนิม เพื่อให้คงประสิทธิภาพที่ดีเอาไว้

3.ใส่ใจเช็คเรื่องน้ำมันหล่อลื่น เชื้อเพลิงวงแหวนไฟฟ้า กล่องเกียร์ และอื่นๆ

4.เมื่อต้องใช้งานกลางแจ้ง ต้องระมัดระวัง เพราะดินฟ้า อากาศ ส่งผลต่อชิ้นส่วนของรอกไฟฟ้าได้ ระวังเรื่องความชื้นเป็นพิเศษ เพราะทำให้เครื่องเป็นสนิม