ดีท๊อกซ์ตับ คืออะไร

33

ดีท๊อกซ์ตับ คืออะไร

ตับ เป็นอวัยวะภายในที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียออกจากร่างกาย จึงมีภาวะที่ตับเองสะสมของเสียเอาไว้เป็นจำนวนมาก และทำให้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่กำจัดของเสียลดลง จึงเกิดแนวความคิดว่า ถ้าได้มีการทำดีท็อกซ์ตับ กำจัดของเสียที่ตกค้างออกจากตับเสีย ตับจะได้สะอาดและกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ดีท็อกซ์ตับคืออะไร

          ดีท็อกซ์ตับ เป็นวิธีการล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในตับ โดยมีจุดมุ่งหมายให้ตับกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีขึ้น

ทำไมต้องดีท็อกซ์ตับ

          การทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายของตับ หากสารพิษที่เข้าสู่ตับมีจำนวนมาก และตับขับออกไม่หมด ขับไม่ทัน เพราะหย่อนประสิทธิภาพเนื่องจากมีสารตกค้าง จะมีโทษต่อร่างกายคือ สารพิษทั้งหลายจะเข้าสู่กระแสเลือด จนกลายเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ดังนั้น หากได้ทำการทำความสะอาดตับด้วยการดีท็อกซ์ของเสียออกบ้าง ตับจะแข็งแรงและกลับมาทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม

แนวคิดเรื่องการทำดีท็อกซ์ตับ

  1. ใช้แนวคิดทำนองเดียวกันกับการล้างไส้กรองให้สะอาด น้ำที่ผ่านจะได้มีคุณภาพ
  2. การทำดีท็อกซ์ ควรเลือกใช้วิธีอิงธรรมชาติ จะได้ไม่เพิ่มภาระให้ตับ

วิธีทำดีท็อกซ์ตับ

มีการเผยแพร่วิธีทำดีท็อกซ์ตับหลายวิธี ส่วนใหญ่เป็นการใช้น้ำผลไม้ หรือสมุนไพรธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าสามารถทำหน้าที่ได้ดี และไม่เป็นพิษตกค้างในตับเสียเอง

สิ่งที่ควรเลือกรับประทาน มีหลายกลุ่ม

  1. ผักผลไม้จากธรรมชาติที่ช่วยล้างสารพิษได้ คือผักใบเขียว และกลุ่มพืชที่คุ้นเคยในครัวเรือนอย่างหอม-กระเทียม หรือกลุ่มอาหารธัญพืช ข้าวกล้อง
  2. ผลไม้อย่างมะละกอ  ฝรั่ง ลูกพรุน ผักผลไม้ที่ต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ
  3. กลุ่มวิตามิน B/C และแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงตับ

การดีท็อกซ์ตับมีผลเสียหรือไม่

การดีท็อกซ์ตับจะมีผลเสียก็ต่อเมื่อ เป็นการดีท็อกซ์ด้วยวิธีที่เล่าต่อๆ กันมา เช่น

  1. ดีท็อกซ์โดยการอดอาหารแบบ 100% หรือดื่มอาหารชนิดเดียวติดต่อกันนานๆ เพราะเชื่อว่าเป็นการดีท็อกซ์ตับได้ เพราะทำเช่นนั้นทำให้ร่างกายขาดอาหาร
  2. การสวนทวารบ่อยๆ แม้ว่าการสวนทวารด้วยกาแฟที่ถูกวิธีจะสามารถทำความสะอาดลำไส้ได้ แต่ถ้าทำบ่อย อาจทำลายแบคทีเรียที่ช่วยย่อยสลาย หรือทำไม่ถูกวิธี ไม่สะอาดอาจติดเชื้อได้
  3. สูตรดีท็อกซ์ตับบางอย่างที่มีผลข้างเคียง เช่นการใช้ดีเกลือเป็นส่วนผสมกับน้ำมันมะกอก ที่ทำให้ถ่ายท้องและดึงน้ำดีออกจากร่างกาย

การดูแลตัวเองให้ดี รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ล้างให้สะอาด ปราศจากสารพิษเจือปน ช่วยถนอมการทำงานของตับ และไม่ต้องมาแก้ปัญหาในภายหลัง